Triple I Logistics เชื่อมั่นว่าบุคลากรทุกคนของเรามีคุณค่าและเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เราให้ความสำคัญกับการดูแลและปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม

กลุ่มบริษัทยึดหลักการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด และต่อต้านการใช้แรงงานที่ไม่เป็นธรรมทุกรูปแบบ ทั้งแรงงานเด็ก และแรงงานบังคับ เพราะคุณภาพชีวิตของพนักงานคือสิ่งสำคัญ เราจึงกำหนดชั่วโมงทำงานที่เหมาะสม มอบค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต รวมถึงส่งเสริมการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของพนักงานทุกคนอย่างต่อเนื่อง

การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อปฏิบัติที่เกี่ยวกับแรงงาน

กลุ่มบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายและข้อปฏิบัติเกี่ยวกับแรงงานอย่างครอบคลุม ได้แก่ กฎหมายคุ้มครองแรงงาน สัญญาจ้างแรงงาน กฎหมายประกันสังคม พระราชบัญญัติเงินทดแทน พระราชบัญญัติความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พระราชบัญญัติพัฒนาคุณภาพชีวิต พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ รวมถึงกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับแรงงานอย่างเคร่งครัด รวมทั้งมีการศึกษามาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน อาทิ หลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGP) ปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดี

ผลการดำเนินงานปี 2568
จำนวนเรื่องร้องทุกข์ต่อข้อปฏิบัติด้านแรงงานในกลุ่มพนักงาน
0 กรณี
ข้อพิพาทด้านแรงงาน
0 กรณี

“Work-Life Balance” บริหารเวลาทำงานที่เหมาะสม

กลุ่มบริษัทให้ความสำคัญสูงสุดต่อการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าสะสม จึงได้กำหนดมาตรการตรวจสอบชั่วโมงการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 รวมถึงกำหนดระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการทำงานล่วงเวลาให้สอดคล้องกับกฎหมาย ดังนี้

เคารพสิทธิและเวลาพักผ่อน:

กลุ่มบริษัทควบคุมการทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุดอย่างเหมาะสม โดยต้องได้รับการอนุมัติล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้บังคับบัญชาและได้รับความยินยอมจากพนักงานก่อน ซึ่งชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุดรวมกันไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งจัดให้มีเวลาพักไม่น้อยกว่า 20 นาทีก่อนเริ่มปฏิบัติงานล่วงเวลาอย่างสม่ำเสมอ

บริหารอัตรากำลังเพื่อลดภาระงาน:

ในช่วงเทศกาลหรือช่วงเวลาที่มีปริมาณงานคลังสินค้าหนาแน่น กลุ่มบริษัทมีแนวปฏิบัติในการบริหารจัดการอัตรากำลังอย่างเหมาะสมและการลดชั่วโมงการทำงานที่มากเกินควร โดยการจ้างแรงงานเสริมในรูปแบบลูกจ้างรายวัน เพื่อลดภาระงานที่มากเกินไปของพนักงานประจำ ส่งเสริมให้พนักงานมีเวลาพักผ่อนอย่างเพียงพอ และลดความเสี่ยงต่อผลกระทบด้านสุขภาพในระยะยาว

ค่าตอบแทนและสวัสดิการพนักงานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

กลุ่มบริษัทมุ่งมั่นดูแลบุคลากรทุกคนอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยมีระบบบริหารจัดการค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ครอบคลุม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงาน ดังนี้:

การบริหารค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม:

กลุ่มบริษัทกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนและสวัสดิการให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพ โดยพิจารณาจากความรับผิดชอบของตำแหน่งงาน ลักษณะงาน คุณวุฒิวิชาชีพ ความรู้ความสามารถ ตลอดจนผลการปฏิบัติงานเป็นสำคัญ ทั้งนี้ เพื่อให้มีความเหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ในตลาดแรงงาน ปัจจุบันค่าตอบแทนของกลุ่มบริษัทอยู่ในเกณฑ์เทียบเคียงกับอุตสาหกรรมเดียวกัน นอกจากนี้ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลได้ติดตามกฎหมายเรื่องการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการอย่างเป็นธรรม และไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

สวัสดิการที่ดูแลครอบคลุม:

กลุ่มบริษัทมุ่งส่งเสริมให้พนักงานมีรายได้เพียงพอและสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ จึงจัดให้มีสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่หลากหลาย ครอบคลุมเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสุขภาพพนักงานครอบคลุมถึงบุตร ประกันอุบัติเหตุ เงินกู้ฉุกเฉิน และเงินช่วยเหลือในวาระสำคัญของชีวิต ได้แก่ งานมงคลสมรส การอุปสมบท การคลอดบุตร และงานฌาปนกิจของครอบครัวพนักงาน ตลอดจนเครื่องแบบพนักงาน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย เสริมสร้างความมั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่พนักงานและครอบครัวอย่างยั่งยืน

ผลการดำเนินงานปี 2568
ระดับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน
85.99% (เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 3.84)
ระดับความพึงพอใจในการทำงาน
79.34% (เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 2.78)

ส่งเสริมการเรียนรู้และความก้าวหน้าในอาชีพ

กลุ่มบริษัทมุ่งมั่นยกระดับศักยภาพบุคลากรผ่านแผนการฝึกอบรมที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์องค์กร (Strategy driven Learning) เพื่อพัฒนาจุดอ่อน (Weakness) และสร้างจุดแข็ง (Strength) ของพนักงานให้มีมากขึ้น โดยในปี 2568 ได้วิเคราะห์ความจำเป็นในการพัฒนาทักษะ (Training Need Metric) ที่ครอบคลุมทั้งระดับบุคคล (Individual Needs) ระดับหน่วยงาน (Functional Needs) และระดับองค์กร (Organization Needs) เพื่อให้การพัฒนาบุคลากรเป็นไปในทิศทางและมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งองค์กร สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง และสร้างคุณค่าให้กับพนักงานและองค์กรในระยะยาว

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทได้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่ผสมผสานทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติจริง โดยใช้รูปแบบการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตามหลัก “70:20:10 Model” ดังนี้

ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะอย่างรอบด้าน ทั้งทักษะเชิงเทคนิค (Hard Skills) ทักษะเชิงพฤติกรรม (Soft Skills) และทักษะที่จำเป็นในอนาคต (Future Skills) เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและบริบททางธุรกิจ

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทมีการติดตามและประเมินผลการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งทบทวนแผนเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของพนักงาน ควบคู่ไปกับความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว

ผลการดำเนินงานปี 2568
จำนวนหลักสูตรที่จัดอบรม
117 หลักสูตร
จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมเฉลี่ยของพนักงานต่อคน
35.08 ชั่วโมงต่อคนต่อปี
พนักงานที่ผ่านการอบรมหลักสูตรภาคบังคับ
100%
พนักงานทุกคนที่เข้าอบรมหลักสูตรที่มีการประเมินผลหลังการอบรมสอบผ่านทั้งหมด
โดยมีคะแนนไม่ต่ำกว่า 80% ตามเป้าหมายที่กำหนด

เอกสารที่เกี่ยวข้อง